เส้นผมบังภูเขา จากเงินร้อยสู่เงินล้านทำได้ไง?
พวกเราส่วนใหญ่ที่ทำงานประจำกันอยู่ มัก มีความฝันอยู่ลึกๆในใจว่า หากเลือกได้ จะขอเป็น เจ้าของกิจการอะไรสักอย่างหนึ่ง
โดยทั่วไปแล้วมักเริ่มต้น หารายได้เสริม อาชีพเสริม ธุรกิจเสริม หากกิจการของคุณเติบโต ค้าขายดีมีกำไร ก็ค่อยออกจากงานประจำ มาเป็น เจ้าของกิจการเต็มตัว เพื่อเป็น เจ้านายตนเอง
หลายคนมีแนวคิดดีๆ และมองเห็นโอกาส ตั้งใจลงมือทำ
แต่พอ… คิดถึง เงินทุน ความคิดดีๆที่พวกเรา เคยมีอยู่ก็ มักจะหยุด ชะงัก และหายเข้ากลีบเมฆ
เพราะ การลงทุนในธุรกิจต่างๆนั้น จำเป็นต้องใช้เงินทุน ค่อนข้างมาก และ มักมีความเสี่ยงสูง เช่น ในการลงทุน เปิดบริษัท ห้างร้านสร้างอพาร์ตเม้นท์, โรงแรม,….เพื่อคอยเก็บเกี่ยวดอกผล หลายคนอาจประสบความสำเร็จ แต่มี หลายคนอีกเช่นกัน ต้องประสบกับภาวะขาดทุน จากการลงทุน หลายคนต้องตกเป็นหนี้จากการกู้ยืม…
โห ก็เล่น ยกตัวอย่างธุรกิจ ซะโอเว่อร์ ขนาดน๊านนนน
ฉัน…แค่อยากหาทำเล เช่าที่ เปิดร้านค้า…หาทำเลดีๆสักที่ ค้าขายอะไรสักอย่างก็พอแล้วววว
แต่อนิจจา…พอไปดูทำเลดีๆ ค่าที่ก็ แสนจะแพง บวกลบ คูณหารต้นทุนสินค้าตกแต่งร้าน ค่าเช่า, ค่าไฟ, ค่าขนส่ง, ค่าสต๊อกสินค้า… หยุดก็ไม่ได้เพราะเสียค่าเช่า… จ้างคนมาช่วยขายก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก ขายไปพะวงไปว่ากำไรที่ได้มา หักลบค่าใช้จ่ายแล้วจะคุ้มไหม หนอ….
แต่ ณ.นาที นี้ ข่าวดีคือว่า ..คุณมีทางออก!!
ลองถามตัวเองดูก่อนว่า? “คุณมีความทะเยอทะยาน ที่จะพาชีวิตไปสู่จุดหมายที่คุณ ใฝ่ฝันมากน้อยแค่ไหน?”
หากตอบว่า… “ไม่” “ฉันมีความสุข พออยู่แล้วที่จะมีชีวิตอยู่แบบนี้ ก็ดีแล้ว” … เราก็ไม่มีอะไรจำเป็นต้องพูดกันอีก
แต่ ถ้าหากคุณ ตอบว่า
“แน่นอนฉันมีความต้องการอย่างเต็มเปี่ยม ที่จะยกระดับคุณภาพชิวิตให้ดีขึ้น โดยมี รายได้เพิ่มจากงานประจำอย่างน้อย ห้าหลักปลายๆ ต่อเดือน ภายในเวลา 1-2ปี ”
คุณต้องตั้งคำถาม ว่า…
ข้อแรก: หากเราทำงานประจำอยู่จะมีธุรกิจเป็นของตนเองได้อย่างไร?
ข้อสอง: หากเราทำให้มันเกิดขึ้นมาแล้ว เราจะทำธุรกิจนี้ให้สำเร็จได้อย่างไร? หากเรามีเงินอยู่ในบัญชี ธนาคารไม่ถึงหมื่นบาทและยิ่งไปกว่านั้น เรายังรู้อีกด้วยว่า ครอบครัวของเรา กำลังรอคอยความสำเร็จจากเราอยู่?
การหาทุน มี อยู่หลายวิธี…บางคนก็ไปกู้เพิ่ม บางคนก็แปลงสินทรัพย์เป็นทุน จำนองบ้าง จำนำบ้าง ขอยืมพ่อแม่บ้าง
แต่…หากวิธีข้างต้นที่กล่าวมาไม่เหมาะกับคุณ ก็ มีอีกวิธีหนึ่ง ที่คนส่วนใหญ่กลับมองข้าม คือ
“การซื้อสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของกิจการ โดย แปลงพฤติกรรมการบริโภคสินค้าที่จำเป็นต้องกินใช้ในชีวิตประจำวัน มาเป็นทุน”
ไอ้เส้นผมบังภูเขา หรือ ความไม่รู้นี้ ทำให้หลายคนพลาดโอกาสดีๆที่อยู่ใกล้ตัว ….ไปอย่างน่าเสียดาย
ธุรกิจเครือข่าย (Network Marketing) ธุรกิจที่เปิดโอกาสให้คนธรรมดามีทุนน้อย สามารถสร้างสินทรัพย์ ที่สามารถให้ดอกให้ผลไปยังชั่วลูกหลาน นั่นคือ ธุรกิจเครือข่าย ที่ ทุกท่านกำลังสร้างขึ้นมานั่นเอง
ทีนี้ เรามาลองเปรียบเทียบกันดูว่า จากเงินร้อยสู่เงินล้านทำได้ไง?
เมื่อพูดถึง การทำธุรกิจ ก็ต้องคิดถึง การหาลูกค้า ในส่วน ธุรกิจเครือข่าย หรือ MLM พวกเรามักคิดถึงเรื่อง “หาคน” “หาสมาชิก”
แล้วก็ถอนหายใจ เฮือกใหญ่!!!แล้วทีจะเปิดร้านค้า ทำธุรกิจ ไม่ต้องหาลูกค้ากันหรือไงแปลกจัง
เอ้า…ลืมเรื่อง “หาคน” “หาสมาชิก”หรือ “หาลูกค้า” กันไปก่อน
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้น
เราลองเปลี่ยนมุมมองจาก คำว่า “สมาชิก” หรือ “ดาวน์ไลน์” มาเป็น สาขา “แฟรนไชส์” ของคุณที่อยู่ใน ทำเลต่างๆ หรือ สมมุติว่า เป็นจำนวนห้องพักให้เช่า หรือ จำนวนสาขาธุรกิจคุณ
โดยกำหนด เงินลงทุน ในการจำนวนสร้างสาขาแฟรนไชส์ หรือ จำนวนห้องเช่ากัน ภายใต้ ระยะเวลาเดียวกัน ดูซิ ผลจะเป็นอย่างไร?
ตัวอย่าง ในการซื้อลิขสิทธ์เเฟรนไชส์ อื่นๆ
ถ้าเพื่อนๆต้องการลงทุน ซื้อแฟรนไชส์กับ บริษัทชื่อดังต่างๆ
เช่น ซื้อแฟรนไชส์ อย่าง 7/11 หรือ สตาร์บัค แมคโดนัล ซึ่งอาจจะต้องใช้เงินทุน ถึง 3-5 ล้านบาท
หรือลงทุน สร้างห้องให้เช่า ขนาด 20 ห้อง เเต่การลงทุนเเบบนี้เพื่อนๆไม่มีสิทธิ์ที่จะ ขายสิทธิ์ นี้ให้เเก่ผู้อื่น
โดยเปรียบเทียบผลตอบแทน รายได้จาก การสร้างเครือข่าย ของ นักธุรกิจ “กิฟฟารีน” ดังนี้…
ตัวอย่างในการลงทุนสร้างธุรกิจของคุณโดย ให้บริษัท กิฟฟารีน เป็นหุ้นส่วน ผลิตสินค้าและเป็นบริษัทแม่สร้าง เเบรนด์ให้แก่คุณ โดย
ตำแหน่งพาราไดซ์ ธุรกิจของบริษัทใช้เวลา ในการขึ้นตำแหน่งโดยเฉลี่ย 1-3 ปี จำนวนแฟรนไชส์ที่แข็งแรง (โกลด์สตาร์ 20 สายงาน) เงินลงทุน (180 บาท)
ตัวอย่างในการลงทุนทำธุรกิจห้องเช่า
โดยกำหนดในเงื่อนไขเดียวกัน คือ เงินลงที่คุณต้องการใช้ในการสร้างห้องเช่า 20 ห้อง เป็นเงิน 5 ล้านบาท (ความเป็นจริงเงิน 5 ล้าน มันไม่พออ่ะจ๊ะ ห้องเช่า ยี่สิบห้องเนี๊ยะ)
คุณจะต้องกู้เงิน จากธนาคารมาลงทุน เป็นเงิน 5 ล้านบาท MLR=7.5% (ดอกเบี้ย) ต่อปี โดยใช้ระยะเวลาผ่อนชำระคืนที่ 3 ปี
ดังนั้น………ในการลงทุนทำธุรกิจห้องเช่า
คุณจะต้องส่ง ธนาคาร ดังนี้
ถ้า 3 ปี ต้องส่ง bank เดือนละ 155,531.09 บาท
รวมกู้ 3 ปี ต้องจ่ายดอก 599,119 รวมต้นและดอก 5,599,119 บาท
เเต่คุณจะได้ รายรับจากค่าเช่าห้องแต่ละห้องตก ห้องละ 2,000 ต่างจังหวัด หรือ 4,000 บาท/เดือน
ใน กรุงเทพ ดังนั้น เมื่อคิดรายรับเฉลี่ย ต่อห้อง ที่ 3,000 บาท
โดยกำหนดว่า คุณได้ซื้ออพาร์ทเม้น ห้องเช่า 20 ห้อง สำเร็จรูป เปิดเช่าได้ทันที และมีคนเช่าเต็มทุกห้อง ดังนั้นคุณจะมีรายได้ดังนี้
20 ห้อง x 3,000 บาท = 60,000 บาทต่อเดือน แต่ คุณต้อง ผ่อนชำระเงินกู้ ธนาคาร เดือนละ 155,531.09 บาท
ดังนั้น ใน 3 ปีแรกของการทำห้องเช่า คุณจะไม่มีรายได้ พร้อมเป็นหนี้เพราะไม่มีรายได้เพียงพอให้การผ่อนชำระ และเสียดอกเบี้ยไปไม่น้อยกว่า 6 แสนบาท ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการดูแลในแต่ละเดือน ไม่รวมความเสี่ยงในการปรับอัตราดอกเบี้ยลอยตัว
กรณีคุณขยายเวลาในการผ่อนชำระเป็น 5 ปี คุณต้องจ่ายดอกเบี้ย 1,011,385 บาท รวมต้นและดอก 6,011,385 บาท โดยในเวลา 5 ปี ส่ง bank เดือนละ 100,189.74 บาท
เห็นตัวเลขแล้วน่าตกใจนะครับ ข้อมูลนี้ ผมไม่ได้ยกมาลอยๆยกหรือตัวอย่างมามั่วๆ คุณสามารถหาข้อมูลอ้างอิงดูได้จาก ราคาห้องเช่าในตลาด และ ธนาคาร
เมื่อเทียบปัจจัย ต่างๆแล้ว คุณจะพบว่า ขาดทุนครับ รายรับที่ได้ไม่พอกับรายจ่าย
นอกจากนี้ ยังไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายในการดูแลบำรุงรักษา อีกด้วย
ทีนี้มาดูธุรกิจเครือข่าย ตัวอย่าง การซื้อสิทธิ์ เป็นเจ้าของบริษัทกิฟฟารีน ด้วยเงิน เพียง 180 บาทคุณได้อะไรบ้าง
คลิกดู รูป>>จุดกำเนิดรายได้
1. โรงงานผลิตสินค้า+Central Lab มูลค่ากว่า 700 ล้านบาท
โรงงานนี้เป็นของคุณ เพราะ Lab มีหน้าที่ตรวจวัดคุณภาพวัตถุดิบ และ สินค้า+วิจัยสินค้าใหม่ และ โรงงานผลิต มีหน้าที่ ผลิตสินค้าส่งกระจาย ไปยัง ศูนย์ธุรกิจทั่วประเทศ
2. ศูนย์ธุรกิจ มากกว่า 100 ศูนย์ทั่วประเทศ
ศูนย์ธุรกิจ มีหน้าที่ สต๊อกและกระจายสินค้าแทนคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ คุณไม่ต้องแบกภาระลงทุนค่าก่อสร้าง ศูนย์ธุรกิจ กว่า 100 ศูนย์ คุณไม่ต้องแบกภาระในการสต๊อกสินค้า หรือ Overhead ค่าน้ำค่าไฟเอกสาร ในการดำเนินธุรกิจ
3. พนักงานประจำศูนย์ธุรกิจ พนักงานมีหน้าที่ขายสินค้า ให้กับคุณ โดยคุณไม่ต้องรับผิดชอบเรื่อง เงินเดือนรวมถึงสวัสดิ์การต่างๆแก่พนักงาน
4. ระบบสนับสนุน ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่เยี่ยมที่สุด เช่น ระบบการขนส่งการโฆษณาสร้างแบรนด์ ตามสื่อต่างๆ เช่น TV , วิทย์, รถไฟฟ้า และอื่นๆ (ไอ้ระบบสนับสนุน นี่แหละทำให้คุณใช้งบในการดำเนินธุรกิจน้อยที่สุด และทำให้ มันไม่ใช่งานขาย ย้ำ! ไม่ใช่งานขาย )
5. อื่นๆ เช่น ลิขสิทธิ์เครือข่ายที่แท้จริงไม่หมกเม็ด ซึ่งคุณสามารถศึกษา วิเคราะห์เพิ่มเติมต่างๆได้จากเว็บไซด์แห่งนี้
เห็นไหมๆ ว่า เงินลงทุนต่ำกว่ากันเยอะแต่สิ่งที่ได้รับ ต่างกันมหาศาล แค่เริ่มต้นก็ชนะแล้ว
เปรียบเทียบ ผลตอบแทน ต่อ หน่วยลงทุน กับ การเป็นเจ้าของห้องเช่า 20ห้อง กับการเป็นเจ้าของกิจการสินค้าอุปโภคบริโภค ของ กิฟฟารีน
คุณสามารถขยายกิจการ สาขาพาราไดซ์ บริษัทกิฟฟารีน ใช้เวลาในการขยับเป็นสาขานี้โดยเฉลี่ย 1-3 ปี จำนวนแฟรนไชส์ที่แข็งแรง (สาขาโกลด์ 10 สาขา)
โดยเริ่มต้น เงินลงทุน เป็น สาขาน้องใหม่ บอร์น (180 บาท + สินค้าที่คุณต้องกินต้องใช้อยู่แล้วในชีวิตประจำวันทุกวี่วัน 1500 บาท ) โดยกำหนดให้ เปรียบเทียบเป็น ห้องเช่าหนึ่งห้อง
โดยคุณจะมีรายได้จากยอดกลุ่มของสาขาโกลด์ เท่ากับ 10% เป็นอย่างน้อย เมื่อคุณมี 10 สาขาโกลด์
คุณจะมีรายได้เดือนละ 45,000x 10% = 4,500 บาทต่อสายงาน x10%
นั่นคือคุณมีรายได้อย่างต่ำ 45,000 บาท/ต่อเดือน คือทั้งนี้ยังไม่รวมโบนัส เงินเดือนพิเศษต่างๆกว่าสองหมื่นบาท
แต่ถ้าคุณมีครบ 20 สายงานตามแผนของบริษัท คุณจะมีรายได้ กว่า หกหลัก บาท/ต่อเดือน ทั้งนี้ไม่รวม ค่าลิขสิทธ์แฟรนไชส์ที่คุณจะได้รับ จากชั้นหลาน โกลด์สตาร์ อีก 6% ตลอดสาย และเงินโบนัสพิเศษอีกมากมายให้คุณอีกด้วย
เเล้วจะทำได้ไหมเนี๊ยะ สายงานมากมายขนาดนี้?
อย่าลืม นะ ว่า มันคือธุรกิจเครือข่าย และไม่ใช่งานขาย คุณไม่ได้ทำคนเดียว แต่อาศัยพลังของเครือข่าย
ความเข้าใจผิดคิดไปเองทำให้หลายคนพลาดโอกาสที่จะได้พบสิ่งมหัศจรรย์
เพราะ สิ่งแรกที่ผู้คนส่วนใหญ่ มัก คิดถึงเป็นอันดับแรก คือ หาคน หรือ วิตก เกี่ยวกับ การขายสินค้าจะไปขายให้ใคร และเข้าใจว่าการทำธุรกิจเครื่อข่าย คือการที่พวกเขาจะต้องหาสมาชิกให้มากทีสุด…
บางคนอาจล่ารายชื่อคนรู้จัก และคอยแนะนำสินค้าผลิตภัณท์ตามบ้านนั้นทีบ้านนี้ที ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน อย่างร้ายกาจ….
นักธุรกิจเครือข่ายส่วนใหญ่ เมื่อสมัครแล้วรีบหาสมาชิกเลย นั้นดีที่มีความกระตือรือร้น แต่ มันเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องนัก การรีบหาสมาชิกโดยที่ขาดความรู้ความเข้าใจ นั้น เป็นการเริ่มต้นที่ผิด และ ผิดตั้งเเต่เริ่ม
ดังนั้น ก่อนจะ ขยายเครือข่าย หาสมาชิกธุรกิจ ขอให้เข้าใจหลักการพื้นฐานอธิบาย ผู้อื่นได้อย่างท่องแท้เสียก่อน อย่ารีบร้อนจนเกินงาม อย่าเอาอย่าง พวกเปิดกิจการหาสินค้ามาชูโรงเข้าหน่อย ก็ ริอาจ ขายแฟร์นไชส์ แล้วก็ล้ม กันอย่างไม่เป็นท่า ซึ่งมีให้พวกเราเห็นกันอย่างดาษดื่น
จากปัญหา และความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ การทำสร้างเครือข่ายนี้ สำคัญ อย่างยิ่ง
เพราะ ในทางธุรกิจนั้น เหมือนการเดินทาง เปรียบเสมือนการเดินเรือ... การเข้าใจผิดเพียงเล็กน้อย นั้น เหมือนการหันหางเสือถูกหรือผิดองศาเพียงเล็กน้อย ซึ่งหมายถึง การเดินทางถึงจุดหมาย หรือ หายนะ เลยทีเดียว
ทีนี้เราต้องมาทำความเข้าใจให้ถูกต้องกันเสียก่อน
ในการทำธุรกิจเครือข่ายนี้ ก็ เหมือนกับการขาย ธุรกิจแฟร์นไชส์ ของบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วไปเช่น
KFC, McDonald และอื่นๆ…. ซึ่งหลายคนเข้าใจว่าพวกเขาขาย ไก่ ขายเบอร์เกอร์ ขาย อสังหาฯ
แต่แท้จริงแล้ว พวกเขาขาย การทำธุรกิจ ขายวิธีการ ขายกลไกที่เอื้อประโยชน์ในการเพิ่มยอดขาย และ ขาย know how
ดังนั้น สิ่งที่ต้องคำนึงสูงสุดคือ ความรู้ความเข้าใจของคุณ, เพื่อประโยชน์และความอยู่รอดของแฟร์นไชส์ซีของคุณ
หรือ สมาชิกธุรกิจของคุณ
ตัวอย่างแฟร์นไชส์ซี ที่ซื้อสาขา จากบริษัทเหล่านั้น… นักลงทุนจะต้อง เรียนรู้การทำงาน การดำเนินธุรกิจ เช่นเดียวกัน…..
ไม่มีใครหรอกที่สามารถทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้ โดยปราศจากความรู้
ดังนั้น….. คำถามที่หลายคนถามว่า จะเริ่มต้นอย่างไรก่อน ในการทำธุรกิจ ไมโครแฟรนไชส์ หรือธุรกิจเครือข่าย
ตอบกันง่ายๆ ตรงๆ คือ เริ่มต้นทำความเข้าใจเสียก่อน เมื่อทำความเข้าใจการทำธุรกิจอย่างดีแล้วเสียก่อน ก่อนคิดจะขยายสาขา หรือเพิ่มเครือข่ายสมาชิก นั่นเอง
เริ่มต้นอย่างไร?
1. ศึกษาคู่มือการทำธุรกิจ ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับสินค้า ด้วยตนเอง เนื่องจากสินค้ามีมากมายหลายชนิด คุณก็ซื้อใช้ในสิ่งที่คุณจำเป็น และ ศึกษาข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับสินค้าที่คุณจะใช้ให้เห็นถึงว่าเงินแต่ละบาท ที่จ่ายไปมันคุ้มค่า อย่างที่ว่าจริงๆ
2. แบ่งเวลาว่างในแต่ละวัน ให้แก่ธุรกิจของคุณ โดยใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ อยู่กะบ้านเฉยๆก็หาความรู้เพิ่มเติมได้ รู้จักหัดใช้มันก็เท่านั้นเอง
หลังจากนั้น เมื่อคุณมีความเข้าใจเกี่ยวกับ ขั้นตอนการดำเนินธุรกิจเรียบร้อยแล้ว
คุณมีความจำเป็นต้องศึกษา เกี่ยวกับ การทำตลาด… การตลาดไม่ใช่งานขาย แต่การตลาดคือกลไกที่เอื้อให้คุณขายได้โดยไม่ต้องไปเร่ขายของ>> ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมที่
3. ศึกษาการทำตลาด การศึกษากลยุทธ์ในการทำตลาด นั้นในยุคปัจจุบัน แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
ง่ายที่สุดคือ การตลาดแบบ offline
3.1 การทำตลาดแบบ offline
• สร้างแสงสว่างให้ตนเอง >> ศึกษาเพิ่มเติม
• พูดความจริง ใช้แล้วคุ้มค่าเห็นผล แนะนำเขา เช่น เพื่อนของคุณมีปัญหาเรื่อง ต้องการ เสริมความงาม แนะนำเกี่ยวกับความงาม, เพื่อนของคุณ มีปัญหาเรื่อง สุขภาพ แนะนำอาหารเสริม
เคล็ดลับ: ฟังให้มาก สังเกตุปัญหาของผู้อื่น และแนะนำเฉพาะสิ่งที่เขาต้องการ
• วางแผนงาน >> ไม่ยาก วางแผนไม่เป็น ปรึกษาที่ปรึกษาธุรกิจ หรือทีมสนับสนุนของคุณ
ไม่งั้น จะมี ที่ปรึกษา ไว้ทำซากอะไร?
3.2 การทำตลาดแบบ online เนื่องจากการตลาดแบบออนไลน์ นี้ค่อนข้างเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนไทยหลายๆคน การทำตลาดออนไลน์เป็นการตลาด ที่มีประสิทธิ์ภาพสูง ต้นทุนในการทำตลาดต่ำ และสามารถช่วยทำงานแทนคุณได้ 24 ชั่วโมง/7 วัน พร้อมทั้งสามารถเพิ่มศักยภาพ ในการสร้างรายได้ให้แก่ ธุรกิจของคุณในอีกหลายๆด้าน
กลยุทธทางการตลาดออนไลน์ สามารถ แก้ปัญหาต่างๆในการทำธุรกิจ ได้ในหลายๆด้าน ทั้งในด้าน ขยายเครือข่าย หรือการลดต้นทุนในการบริหารองค์กร
ดังนั้น สิ่งที่คุณต้องเรียนรู้ในการทำตลาดแบบออนไลน์ คือ
คุณมีความจำเป็นต้องรู้ว่า เครื่องมือที่คุณมีอยู่ในมือนั้น มีอะไรบ้าง เอาไปใช้อย่างไร? ระบบการตลาดออนไลน์เป็นอย่างไร เว็บไซด์ของคุณมีหน้าที่อย่างไร? แบนเนอร์มีหน้าที่อย่างไร? เพิ่มศักยภาพเพิ่มช่องทางรายได้อย่างไรบ้าง? ใช้ตัวช่วยอย่างไร? ทำอย่างไรให้คนเข้าเว็บของคุณ? เข้าเว็บแล้วมีการกระทำใดๆบนเว็บของคุณได้หรือไม่(สั่งซื้อ สมัครสมาชิก)? ระบบติดตามสอบกลับติดตามผลใช้อย่างไร? ซึ่ง คุณสามารถเริ่มธุรกิจได้ทันที พร้อมเครื่องมือดีๆให้คุณ ฟรี คลิกที่นี่
4. กำหนดเป้าหมาย วางเเผน และ ลงมือปฏิบัติ เช่นคุณตั้งเป้าหมายไว้ว่า ในแต่ละเดือนคุณจะซื้อกินใช้สินค้าของคุณตามความเหมาะสม โดยเริ่มต้น(มาจากการใช้ของคุณเอง+ลูกค้าหรือสมาชิกใหม่ของคุณ) และ ตั้งเป้าไว้ว่าในแต่ละเดือนคุณจะหาสมาชิกธุรกิจใหม่ด้วยตัวคุณเอง ให้ได้อย่างน้อยเดือนละ 3 คน และ จะสอนเขาให้เข้าใจ และ ทำได้อย่างคุณ ทุกๆเดือน โดยจะคอยสอนเขาให้เข้าใจ และสามารถทำได้อย่างคุณภายใน 3เดือนนับจากวันที่พวกเขาสมัคร
ผลจะเป็นดังนี้ เดือนแรกที่คุณเริ่มออกสู่สนามธุรกิจ (หลังจากที่ได้เข้าใจมันดีแล้ว)
คุณ มีสมาชิก 3 คน
เดือนที่ 2 ได้อีก 3 = 6 คน
เดือนที่ 3 ได้อีก 3 = 9 คน
เดือนที่ 4 ได้อีก 3 = 12 + สมาชิกของคุณ 3 คนแรก หาสมาชิกให้ได้อีกคนละ 3 = (12+9)= 21
เดือนที่ 5 ได้อีก 3 = (3+21+(สมาชิกของคุณที่ได้ในเดือนที่ 1และ2 สามารถหาสมาชิกใหม่ได้เหมือนคุณ อีกคนละ 3 = 18)) = 42
(ที่จำนวนสมาชิก 42 คน นี้ คุณสามารถปรับเป็นกิจการขนาดค้าส่งได้ 45,000PV(สาขาโกลด์) ได้อย่างเป็นธรรมชาติ)
เดือนที่ 6 ได้อีก 3 = (3+42+(สมาชิกของคุณที่ได้ในเดือนที่ 1,2และ3 สามารถหาสมาชิกใหม่ได้เหมือนคุณ อีกคนละ 3 = 27 + สมาชิกของคุณ 3 คนแรกสมารถสอนให้สมาชิกของเขาเองทั้งหมด 9 คน ทำธุรกิจเป็น และ หาสมาชิกให้ได้อีกคนละ 3 = 27)) รวมสมาชิกทั้งหมดในเดือน ที่ 6 คุณจะมี สมาชิก = (3+42+27+27 = 99 คน)
คุณจะเห็นว่าเพียงแค่ 6 เดือน คุณ สามารถ มีสมาชิก ได้ ถึง 99 คน รายได้ของคุณจะเฉลี่ยอยู่ที่ 12,870 บาท
เห็นภาพแล้วใช่ไหมครับ เพียงเดือนที่ 6 คุณสามารถมีรายได้ ถึง 12,870 ไม่รวมโบนัสพิเศษอีก 9,200 บาท = 20,000++ บาท
คุณลองย้อนกับไปเปรียบเทียบ กับการลงทุน ทำอพารต์เม้นให้เช่า 5ปี กับเงินกู้ที่ลงทุนไปนั้น คุณยังไม่ได้เงินทุนเก่าคืน แถมด้วยหนี้ ยังมีอยู่อีกด้วย…ใช่ไหมล่ะ
ในขณะที่ธุรกิจไมโครแฟรนไชส์ กิฟฟารีน นี้ คุณสามารถสร้างรายได้อย่างรวดเร็วรายได้มากกว่ามาก เมื่อเทียบในเวลาและปัจจัยเดียวกัน
เพื่อนเห็นความเป็นไปได้แล้วใช่ไหมครับ ผมขอถามเพื่อนๆคำถามง่ายๆว่า
มันคุ้มไหมกับเงินลงทุนเพียง 180 บาท กับเวลาว่างในแต่ละวันที่เพื่อนๆจะลงทุนในการหาความรู้ให้คนเอง เพื่อ สามปีข้างหน้า เพื่อนๆสามารถมีรายได้ต่อเดือนอย่างน้อย 50,000 -100,000 ++ ต่อเดือน
คุ้มไหมครับกับเวลาที่คุณเหนื่อยเพียง3ปี ที่ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมและถ่ายทอดความรู้ให้แก่สมาชิกของคุณ ให้พวกเขารู้จักวิธีการทำธุรกิจ รู้จักวางแผนทางการเงิน และสามารถสร้างรายได้
ดังนั้นรายได้ในแต่ละเดือน ที่คุณจะได้นี้ มากจากน่ำพักน้ำแรงที่คุณให้ความรู้พวกเขา: ซึ่งก่อให้เกิดรายได้กลับคืนมาให้คุณชั่วลูกชั่วหลาน รายได้ที่วันนึงคุณเเก่ตัวลง เเต่มันไม่หยุดตามเเรงของคุณ "เงินทองไหลมาตามท่อ"
ดังนั้นสิ่งสำคัญ เราต้องตั้งโจทย์ให้ถูกว่า ทำอย่างไรคนธรรมดาๆทั่วไปจะรู้รอบและสามารถตอบคำถามของเพื่อนๆเขาได้ และเป็นการตอบด้วยสติปัญญา แบบพุทธแท้ ไม่ใช่ตอบแบบคิดเองเออเองตามกิเลสบงการ มิใช่หวังพึงแต่หัวหน้าทีมเพียงไม่กี่คน
กล่าวโดยสรุปที่สุด ถ้าคุณพูดในสิ่งที่คนอยากรู้ อธิบายในสิ่งที่คนเชื่อว่าเป็นความจริง พูดในสิ่งที่คนประจักษ์ว่าเป็นทางออกอันสว่างไสว นอกจากจะมีคนฟังแล้ว ยังมีสมัครพรรคพวกช่วยบอกต่อกันไม่รู้จบรู้สิ้นอีกด้วย
คุณทำได้แน่ภายใน ไม่เกิน 3 ปี
เมื่อคุณได้อ่านมาถึงตรงนี้ คุณย่อมเป็นผู้เเสวงหาอิสระคนนึงเช่นกัน ดังนั้นเมื่อคุณ คิดว่าคุณพร้อมจะลงทุนในการเดินทางครั้งนี้ สัก 3ปี เพื่ออนาคต ข้างหน้าเเล้ว หล่ะก้อ >>>คลิ๊กที่นี่เพื่อร่วมเดินทางไปพร้อมกับเรา

ถ้ายังรู้สึกสับสน คุณสามารถ อ่านบทความใกล้เคียง "การปั่นเงินร้อยให้เป็นเงินล้าน"